ThaiNewsTalk(TNT) เว็บข่าวที่คนไทยพูดถึง

"ตลาดชุมทางทุ่งสง" ปลุกย่านเก่าให้เศรษฐกิจคึกคัก

"ตลาดชุมทางทุ่งสง" ปลุกย่านเก่าให้เศรษฐกิจคึกคัก

"ตลาดชุมทางทุ่งสง" ปลุกย่านเก่าให้เศรษฐกิจคึกคัก

ตลาดชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า “หลาดชุมทางทุ่งสง” แม้จะไม่ใช่ตลาดเก่าแก่เพราะเพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 ปี แต่จุดเด่นของที่นี่คือ “เป็นตลาดที่ขับเคลื่อนโดยคนในพื้นที่อย่างแท้จริง” เนื่องด้วยมาจากความต้องการจากคนในพื้นที่ ผสานกับการใช้องค์ความรู้ด้านการวิจัยเข้ามาช่วยจนปัจจุบันเริ่มกลายเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองนครฯ แห่งนี้

ทรงชัย วงษ์วัชร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งสง เล่าว่า ในอดีตเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน ยุคที่ “รถไฟ” ยังเป็นพาหนะที่นำพาความเจริญไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทุ่งสงก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะถูกเลือกให้เป็นสถานีชุมทาง “หากใช้ภาษาสมัยนี้ก็ต้องบอกว่า ในยุคนั้นชุมทางทุ่งสงคือศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์(Logistics) ของ 14 จังหวัดภาคใต้เลยทีเดียว” แต่แล้วเมื่อยุคสมัยแห่ง “รถยนต์” ได้เข้ามาแทนที่ เศรษฐกิจของทุ่งสงก็ค่อยๆ ซบเซาลงไป

“มีเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านให้ทำตลาดนัดคนเดินเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ แต่เทศบาลไม่อยากดำเนินการเพราะเชื่อว่าไม่ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน แต่ก่อนคิดว่าการจัดหาตลาดมาลงในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องยาก เราได้ค่าสถานที่พวกคาราวานเขาได้กำไร แต่ผมยอมไม่ได้ หากคนที่ได้กำไรไม่ใช่คนทุ่งสง แต่คนทุ่งสงโชคดีที่ได้เจอกับทีมวิชาการที่ได้มาให้แนวทางมาช่วยทำให้เกิดประชาคมวัฒนธรรมทุ่งสง เป็นผู้เลือกสถานที่และสร้างกฎกติกาต่างๆ ของตลาดจนมีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นตลาดวัฒนธรรมอย่างแท้จริง” ทรงชัย กล่าว

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งสง เล่าต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม เทศบาลสนับสนุนได้เฉพาะการเป็นผู้ให้คำปรึกษาเอื้ออำนวยเรื่องสถานที่ การเก็บขยะ คัดแยกขยะ สถานที่จอดรถ สถานที่จัดประชุมในเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนการขับเคลื่อนส่วนอื่นๆ เป็นงานของประชาคมวัฒนธรรมทุ่งสง จนทุกวันนี้ตลาดชุมทางทุ่งสงกลายเป็นตลาดที่มีเอกลักษณ์ คือเน้นอาหารพื้นถิ่นศิลปหัตถกรรมของคนทุ่งสง รวมถึงชาวใต้ทั้ง 14 จังหวัด

ตลอด 2 ปีที่ตลาดเปิดทำการ พื้นที่ทุ่งสงกลับมาคึกคักอีกครั้ง ที่สำคัญยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วย ทรงชัยเล่าอย่างภูมิใจว่า “แม่ค้าบางคนจากที่เคยขายขนมได้เฉพาะวันอาทิตย์ ต่อมาทราบว่าสามารถเก็บเงินไปเปิดร้านในห้องแถวซึ่งจะสามารถขายขนมได้ทุกวัน” ทั้งนี้แต่เดิมทุกๆ วันอาทิตย์ บรรยากาศในพื้นที่ทุ่งสงจะเงียบเหงาเพราะร้านค้าต่างๆ มักปิดทำการ แต่การมีตลาดแห่งนี้เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน

“ในอนาคตต้องมีฝ่ายวิชาการมาช่วยกันคิดร่วมกับชาวบ้าน ว่าทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำปลายน้ำ ทำอย่างไรให้คนปลูกข้าวได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคนที่ทำขนมขายต้องใช้สินค้าภายในพื้นที่ มาแปรรูป ถ้าเราคิดทุกมิติอย่างนี้ก็จะยกระดับรายได้ของคนทุ่งสงได้มากขึ้น ดังนั้น ต้องมาช่วยกันดูว่าสินค้าตัวไหนสามารถส่งเสริมได้ ก็จะเกิดความมั่งคั่งยั่งยืนได้อย่างแน่นอน อนาคตถ้าผมไม่ได้เป็นนายกเทศมนตรีแล้ว แต่ตลาดนี้ก็ต้องอยู่ ผมอยากให้ทุกเรื่องดีๆ ในทุ่งสงที่เราทำเป็นความยั่งยืน” ทรงชัย ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะผู้ดูแลงานวิจัย กล่าวเสริมว่า ตลาดชุมทางทุ่งสง เป็นตลาดเชิงวัฒนธรรม 1 ใน 6 จังหวัดที่“โครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนผ่านกลไกความร่วมมือของภาคประชาสังคม ศิลปินหรือชุมชน และสถาบันการศึกษา : พื้นที่ทางวัฒนธรรมชุมทางการค้า ผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรม”เข้าไปดำเนินการในลักษณะของการไปกระตุ้นให้เกิดประชาคมวัฒนธรรมเข้มแข็ง

ทำการศึกษาสำรวจลงลึกในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เพื่อสร้างเป็นแผนที่วัฒนธรรมซึ่งเป็นคุณค่าของพื้นที่ “งานวิจัยนี้ต้องการใช้ทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่มาขยายผลขึ้นเป็นทุนเชิงเศรษฐกิจ โดยใช้ประชาคมวัฒนธรรมในพื้นที่เป็นกลไกขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ในการทำให้เกิดตลาด ซึ่งนับเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ ตลาดชุมทางทุ่งสง ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนชัยชุมพล- หอนาฬิกาทุ่งสง ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง เปิดทำการทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-21.00 น.

“ตลาดชุมทางทุ่งสงเปิดทุกวันอาทิตย์มาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี มีความเป็นอัตลักษณ์ของคนทุ่งสงชัดเจน ต่างจากตลาดอื่น มีกฎระเบียบของร้านค้าชัดเจนว่าต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในทุ่งสงเท่านั้น สินค้าที่ขายต้องเป็นสินค้าท้องถิ่นมีการแสดงที่เป็นวัฒนธรรมของคนปักษ์ใต้ มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างอำเภอเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเราเคยวัดค่า ROI (Return on Investment ผลตอบแทนการลงทุน)จากช่วงที่เปิดใหม่วันละ 4 แสนบาท เพิ่มเป็นเกือบ 2 ล้านบาทต่อการเปิดตลาด 1 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดวัฒนธรรมแห่งนี้ได้ดี” รศ.ดร.สุพรรณี กล่าวในท้ายที่สุด

Cr.naewna.com



ข้าวปิ่นเงิน ข้าวสารคุณภาพ
รับฝากเลี้ยงสุนัข ขนาดเล็กและกลางบางบัวทอง บางใหญ่ นนทบุรี
เรื่องจริงยิ่งต้องเล่า : Fact Fiction
ขึ้นไป บนสุด