ThaiNewsTalk(TNT) เว็บข่าวที่คนไทยพูดถึง

Facebook สูญเงินไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ต่ำกว่า100แห่งแห่ถอนโฆษณา

Facebook สูญเงินไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ต่ำกว่า100แห่งแห่ถอนโฆษณา

Facebook สูญเงินไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ต่ำกว่า100แห่งแห่ถอนโฆษณา

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเฟซบุ๊ก Facebook สูญเงินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง อาทิ ยูนิลีเวอร์ โค้ก ฮอนด้า นอร์ทเฟซ ไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส แห่ถอนโฆษณา บอยคอตเฟซบุ๊กที่อนุญาตให้มีเนื้อหารุนแรง HateSpeechแสดงถึงความคิดแนวเกลียดชัง บ่มเพาะคงามเกลียดชังในสังคม
 

ฟ็อกซ์นิวส์ สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.) ว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งในเวลานี้มีความร่ำรวยอยู่เป็นอันดับ 4 ตามดัชนีวัดความมั่งคั่งที่มียอดความมั่งคั่งสุทธิที่ 82.3 พันล้าน ตามหลัง เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของและผู้ก่อตั้งร้านออนไลน์แอมะซอน พบว่าเขาได้สูญเสียเงินไปไม่ต่ำกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในชั่วพริบตา จากการที่ธุรกิจกว่า 100 บริษัทที่มีธุรกิจชื่อดังเป็นที่รู้จักเป็นต้นว่า ยูนิลีเวอร์ โค้ก ฮอนด้า บริษัทให้บริการมือถือวาไรซัน ( Verizon ) นอร์ทเฟซ และไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส ต่างพร้อมใจแห่ถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊ก ประท้วงที่เฟซบุ๊กมีเนื้อหาความรุนแรงและการแสดงความเกลียดชัง

บริษัทไอศกรีมเบนแอนด์เจอร์รีย์ส แถลงว่าได้หยุดลงโฆษณาทุกชิ้นที่จ่ายให้กับเฟซบุ๊กและอินสตราแกรมในสหรัฐฯ ในการสนับสนุนโครงการ #StopHateForProfit ทางเฟซบุ๊กต้องแสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจนและเปิดเผยในการหยุดการแพร่กระจายและส่งเสริมการกีดกันทางเชื้อชาติและความเกลียดชังบนแพลตฟอร์มของตัวเอง

ทั้งนี้ ผู้รณรงค์แคมเปญออกมากระตุ้นให้บริษัทธุรกิจชื่อดังในสหรัฐฯ ให้พร้อมใจถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊ก เพราะเชื่อว่าเฟซบุ๊กเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดของกลุ่มไวท์ซูพรีมาซีตส์ #supremacist หรือกลุ่มชาตินิยมผิวขาวที่เป็นต้นตอปัญหาการกีดกันสีผิวในสหรัฐฯ แต่เฟซบุ๊กยังไม่ลงมือกระทำมากพอที่จะหยุดการแพร่กระจายข้อความแสดงความเกลียดชังเหล่านี้

ด้านบริษัทโคคา-โคล่า ผู้ผลิตน้ำดำเจ้าใหญ่ของโลก ได้เข้าร่วมการบอยคอตด้วย โดยโค้กแถลงว่าจะสั่งถอนโฆษณาทั่วโลกที่จ่ายเงินออกจากเฟซบุ๊กเป็นเวลา 30 วันเป็นอย่างน้อย

โคคา-โคล่ากล่าวว่า ไม่มีที่สำหรับลัทธิความเกลียดชังทางเชื้อชาติบนโลกโซเชียลมีเดีย

ขณะที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคในครัวเรือนที่ถือเป็นผู้ลงโฆษณาสินค้าเป็นอันดับ 1 ของโลกออกมายืนยันว่าจะถอนโฆษณาออกจากเฟซบุ๊กไปจนสิ้นปีนี้

ยูนิลีเวอร์มีงบการโฆษณาประจำปีทั่วโลกเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์

ล่าสุดบริษัทผู้ให้บริการมือถือยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ วาไรซัน ประกาศเข้าร่วมบอยคอตครั้งนี้ด้วย

ซักเคอร์เบิร์กที่เห็นหุ้นบริษัทเฟซบุ๊กของตัวเอง 8.3% ในวันศุกร์ (26) ลดไปถึง 56 พันล้านดอลลาร์จากมูลค่าทางการตลาดของบริษัทตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักต้องออกมาประกาศในวันเดียวกันนั้น (26) ถึงนโยบายใหม่เกี่ยวกับเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก

โดยเขากล่าวผ่านไลฟ์สตรีมว่าทางบริษัทจะเริ่มต้นจัดลำดับด้วยการติดป้ายเตือน “เนื้อหาอันตราย” จากนักการเมืองที่ยังคงมีชื่อเสียงในแวดวงข่าว

ทั้งนี้ถึงแม้ว่า ซักเคอร์เบิร์กจะไม่เอ่ยว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมา แต่นโยบายออกมาเพื่อตอบสนองต่อแคมเปญที่เรียกร้องให้เฟซบุ๊กจัดการเพิ่มมาตรการเข้มงวดต่อ “ข้อมูลเท็จ” หรือ ข่าวปลอม ในโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการโพสต์เชิงยั่วยุของทรัมป์

แต่พบว่าทวิตเตอร์คู่แข่งได้ไปไกลกว่าโดยได้แปะป้ายคำเตือนต่อบางทวีตของประธานาธิบดีทรัมป์เรียบร้อยแล้ว

ซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า “เราในไม่ช้าจะติดป้ายเตือนบางเนื้อหาที่เรายังคงปล่อยให้ขึ้นเพราะมันยังดูมีคุณค่าในเชิงข่าวอยู่ ดังนั้นผู้คนจะสามารถรู้ว่ามันเป็นในกรณีนี้”

และเสริมต่อว่า “เราจะยังคงปล่อยให้ผู้คนสามารถแชร์เนื้อหาเพื่อที่จะได้ประณามมัน เหมือนกับที่เราได้ทำกับคอนเทนต์อื่นที่มีปัญหา เพราะนี่เป็นส่วนสำคัญของการที่เราจะถกเถียงถึงสิ่งใดบ้างที่จะเป็นที่ยอมรับในสังคมของเรา แต่เราจะเพิ่มคำเตือนเพื่อที่จะบอกให้ผู้คนรับรู้ว่าคอนเทนต์ที่พวกเขากำลังแชร์อยู่นั้นอาจละเมิดต่อนโยบายของเรา”

นอกจากนี้ ในไลฟ์สตรีม ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กยังประกาศการกวาดล้างการใช้ภาษาที่ส่อถึงความเกลียดชังในโฆษณา รวมไปถึงคำแนะนำต่อข้อมูลการใช้สิทธิเลือกตั้ง



ข้าวปิ่นเงิน ข้าวสารคุณภาพ
รับฝากเลี้ยงสุนัข ขนาดเล็กและกลางบางบัวทอง บางใหญ่ นนทบุรี
เรื่องจริงยิ่งต้องเล่า : Fact Fiction
ขึ้นไป บนสุด