ThaiNewsTalk(TNT) เว็บข่าวที่คนไทยพูดถึง

รุนแรงที่สุดเท่าที่ฟังมาในชีวิต! "ส.ว." อึดอัดคับข้องใจ ม็อบชุมนุมก้าวล่วงเลยเถิด

รุนแรงที่สุดเท่าที่ฟังมาในชีวิต! "ส.ว." อึดอัดคับข้องใจ ม็อบชุมนุมก้าวล่วงเลยเถิด

รุนแรงที่สุดเท่าที่ฟังมาในชีวิต! "ส.ว." อึดอัดคับข้องใจ ม็อบชุมนุมก้าวล่วงเลยเถิด

รุนแรงที่สุดเท่าที่ฟังมาในชีวิต! ‘ส.ว.’ อึดอัดคับข้องใจ ม็อบชุมนุมก้าวล่วงเลยเถิด หวั่นบานปลายซ้ำรอยอดีต ด้าน ‘ประธานวุฒิ’ เด้งรับสั่งถอดเทปชุมนุมส่งต่อรัฐบาลพิจารณา ขณะที่ ‘สมชาย’ แนะรัฐบาลใช้ไม้แข็งจัดการหัวโจก

11 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา(ส.ว.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. หารือว่า รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ และเชื่อว่าประชาชนก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน หลังจากติดตามข่าวการชุมนุมทางการเมือง 3 ครั้งในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 9 ส.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และยิ่งอึดอัดยิ่งขึ้นเมื่อทราบว่า ในตอนจบจะมีการประกาศชุมนุมในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12ส.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนจะถึงวันชุมนุมใหญ่ที่กำหนดไว้ ในวันที่ 16 ส.ค.

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเนื้อหารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในชีวิต มีข้อเรียกร้องที่ไม่มีคนไทยคนไหนเรียกร้องในการชุมนุมสาธารณะ เพราะเลยเถิดเกินการขับไล่รัฐบาล เกินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และชวนให้คิดได้ว่าการไม่ยอมรับเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอแต่เพียงยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นเป้าหมายสูงสุดคืออะไร สรุปคือเกินขอบเขตการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติที่คนไทยเคยเห็น นอกจากนั้นการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่บางช่วงนำประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานด้วยความเคารพศรัทธาสูงสุดของคนทั้งประเทศมาล้อเลียนบนเวที และยังเป็นการร่วมกระทำการของผู้ต้องหา 2คน ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกมา อันมีลักษณะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว และยังมีการไลฟ์สดของผู้ที่หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ที่เป็นฮีโร่ของเยาวชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งเคยกล่าวในอดีตทำนองว่าประเทศนี้ต้องลงเอยด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง

“มีคำถามมากมาย ว่าเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ ทราบว่า เรื่องนี้เป็นความยากลำบากในการบริหารจัดการของรัฐบาล การใช้กฎหมายเคร่งครัดสถานเดียวและการใช้การเมืองก็เข้าทางเขา ดังนั้นต้องใช้กฎหมายและมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป แต่ทราบความยาก จึงขอหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ตัวช่วยตามระบบการเมืองที่มีอยู่ดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการเมืองด้วยการรับฟังความเห็นข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 โดยเร็ว แม้สมาชิกของทั้ง 2 สภาจะมีความเห็นหลากหลายแตกต่างกันในหลายกรณี แต่เชื่อว่าทั้ง2 สภา มีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำบางอย่างของผู้ชุมนุมบางคนในการชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นไป ทำให้ข้อเรียกร้องปกติของประชาชนส่วนใหญ่ต้องถูกทำให้เสียหาย สุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา19 อันจะสร้างแผลลึกส่งต่อลูกหลานต่อไป โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะซ้ำเติมประเทศไทยจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ หากแก้ไขไม่ทัน จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า 6 ตุลา ภาค2 ขึ้นมาในเร็วๆนี้ และหากถึงวันนั้นรัฐสภาและรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ ก็แก้ไม่ได้” นายคำนูณ กล่าว

ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่า การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และก่อนหน้านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจาบจ้วงล่วงละเมิดเกินเลยกว่าที่จะรับได้ สิ่งที่คนไม่กี่คนชักจูงสังคมไทยไปถึงจุดขัดแย้ง เกินกว่าที่คนไทย 70 ล้านคนจะรับได้จากคนไม่กี่ร้อย ไม่กี่พันคนปลุกระดมความคิด ผ่านกระบวนการล้มสถาบันจากในและนอกประเทศ การชุมนุมเกินเลยกว่าการเรียกร้องยุบสภา ขับไล่ ส.ว. และล้มรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา116 ชัดเจน ในเรื่องกระทำการกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นเดินซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตนเห็นว่า ต้องเร่งแก้ปัญหา ถ้าจะจบในรุ่นเราก็พร้อมจะจบ เพราะเขากำลังเอาเด็กนักเรียนนักศึกษา ซึ่งก็คือลูกหลานเราเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นอีแอบไม่กล้าออกมาเผชิญความจริง ทั้งที่จงใจและอยู่เบื้องหลังการล้มสถาบัน สิ่งที่ยั่วยุวันนี้ ต้องการให้เกิดเหมือน 6 ตุลา 19 และพฤษภา 35

“ผมขอเสนอให้ใช้ไม้แข็ง ดำเนินการกับหัวโจกชุมนุม คือ ให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบเส้นทางการเงินที่สนับสนุนการชุมนุมทั้งหมด เพราะมีการใช้จอแอลอีดี ค่าเช่ามูลค่าหลายแสนบาท ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปอท.ดำเนินการจัดการสื่อสารทางโซเชียล ต่อผู้กระทำผิดเผยแพร่โฆษณาโดยเร็ว และให้ตำรวจดำเนินการถอนประกัน นายอานนท์ นำภา และ ไมค์ ระยอง เพราะผิดเงื่อนไขการประกัน เนื่องจากได้ตรวจสอบคลิปวีดีโอแล้วพบว่ามีการพูดจาบจ้วง ชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานอยู่แล้ว” นายสมชาย กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะจัดการชุมนุม รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีออกมาขอโทษไม่เพียงพอ ซึ่งต่อจากนี้หากมีการชุมนุมทั้งอธิการบดี และผู้บริหารต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ชุมนุมเกินขอบเขต และขอให้สื่อหยุดสื่อสารข่าวสารของการชุมนุมเพราะทำให้การชุมนุมที่มิชอบฮึกเหิมและบานปลาย รวมทั้งขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศญี่ปุ่นที่นายประวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และประเทศที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อยู่ ซึ่งทั้ง 2 คนก่อตั้งรอยัลมาร์เก็ตเพลส ที่ปลุกระดมมวลชนผ่านเครือข่ายและวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์มายังกลุ่มผู้ชุมนุมเวทีธรรมศาสตร์ จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศประท้วงและแจ้งไปว่าคนไทยไม่ยินยอมให้ใช้ประเทศเหล่านั้นให้ร้ายสถาบันของไทย

“ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ไม่ใช้ไม้แข็ง ไม้นวมและอ้อมกอดที่ดี ต้องเปิดเวทีให้นักศึกษาที่ต้องการแสดงความเห็นตรงไปตรงมาเรื่องการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเปิดเวทีให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการทั้งหมดของทั้งสองสภา ร่วมประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย ทุกแห่ง ประธานสภาอาจารย์ทุกสถาบัน นายกองค์การนิสิต นักศึกษา จัดเวทีหาทางออกประเทศไทย และทางการเมือง แต่ต้องไม่มีเรื่องจาบจ้วง และข้อเสนอ10 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะประชาชนไม่มีทางยินยอม”นายสมชาย กล่าว

จากนั้นนายพรเพชร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบถอดเทปตามข้อหารือดังกล่าวโดยด่วน เพื่อส่งไปยังรัฐบาลพิจารณาตามข้อเสนอนี้ต่อไป

ต่อมานายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า ขณะนี้สถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น มีการแบ่งฝักฝ่ายแตกกันชัดเจน โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อคืนวันที่ 10ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเดือด แตกหักทั้งภาพ เสียง เอกสารแสดงออกชัด ถ้าคนในชาติแตกกัน ประเทศจะหายนะ อุบัติเหตุทางการเมืองไม่น่าจะเกิดในบางครั้งแต่ก็เกิด เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการรัฐประหารใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ทุกคนมีเป้าหมายเดินไปสู่ประชาธิปไตย และมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ต้องยอมรับว่ามีคนบางกลุ่มไม่เยอะนัก เป็นบ่อนทำลายสร้างภัยคุกคามทั้งในและต่างประเทศ เป็นขบวนการ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาปฏิเสธกระบวนการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่มีคนบางกลุ่มอาศัยจังหวะโอกาสสอดแทรกในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงขอให้ผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจับกุมคุมขัง ใช้อำนาจเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ เพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน

“สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาประเทศ จึงขอสนับสนุนให้ใช้เวทีรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 มาแก้ปัญหา เพื่อใช้เวทีรัฐสภาแลกเปลี่ยนความเห็นทั้งทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์และการเมือง มาแก้ปัญหาร่วมกันดีกว่าให้บ้านเมืองเกิดอุบัติเหตุ ไปสู่จุดที่ไม่คาดหวัง จึงอยากให้นายกฯใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกแก้ปัญหาบ้านเมือง” นายวันชัย กล่าว

Cr.naewna.com



ข้าวปิ่นเงิน ข้าวสารคุณภาพ
รับฝากเลี้ยงสุนัข ขนาดเล็กและกลางบางบัวทอง บางใหญ่ นนทบุรี
เรื่องจริงยิ่งต้องเล่า : Fact Fiction
ขึ้นไป บนสุด